รีเทนเนอร์
หลังจัดฟัน การใส่รีเทนเนอร์เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยรักษาตำแหน่งฟันให้เรียงตัวสวยงามอย่างถาวร รีเทนเนอร์ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม และช่วยคงรูปฟันตามแผนการรักษา ในหน้านี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับรีเทนเนอร์ประเภทต่าง ๆ วิธีการดูแล และคำแนะนำเพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจและยั่งยืน
หัวข้อที่น่าสนใจ
การจัดฟันโลหะเหมาะกับใคร?
การจัดฟันโลหะ หรือที่รู้จักกันว่า “การจัดฟันเหล็ก” เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการเรียงตัวของฟันไม่เป็นระเบียบ หรือมีปัญหาการสบฟันที่ต้องการการแก้ไข
ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยทั่วไป แนะนำให้เริ่มจัดฟันโลหะในช่วงวัยรุ่น เมื่อฟันแท้ขึ้นครบแล้ว ซึ่งมักอยู่ในช่วงอายุประมาณ 11–13 ปี
ทั้งนี้เพื่อให้การเคลื่อนฟันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการรักษา
รีเทนเนอร์ คืออะไร
รีเทนเนอร์ (Retainer) คือ เครื่องมือที่ใช้คงสภาพฟันให้เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงามหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟัน ช่วยป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิม โดยปกติทันตแพทย์จัดฟันจะให้คนไข้ใส่รีเทนเนอร์ทันทีหลังจากถอดเครื่องมือจัดฟัน ระยะเวลาในการใส่รีเทนเนอร์นั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะต้องใส่นานประมาณ 6 – 12 เดือน
ทำไมต้องใส่รีเทนเนอร์
ทำไมต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันเสร็จ? หลังจัดฟัน ฟันของคุณยังไม่จดจำตำแหน่งใหม่ เนื่องจากเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบฟันพยายามดึงฟันกลับตำแหน่งเดิม การใส่รีเทนเนอร์อย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก หากละเลย แม้เพียง 1 เดือน ฟันอาจเคลื่อนจนต้องจัดฟันรอบสองซ้ำได้
รีเทนเนอร์มีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?
รีเทนเนอร์มีหลายประเภท แต่ที่พบบ่อยมี 2 ประเภท ดังนี้
1. รีเทนเนอร์ใส (Clear retainer)
รีเทนเนอร์แบบใส เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากแผ่นพลาสติกใส ครอบเฉพาะฟันโดยไม่คลุมถึงเพดานปาก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการพูดเหมือนรีเทนเนอร์แบบลวด อีกทั้งยังไม่เห็นชิ้นส่วนโลหะเมื่อยิ้ม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพในที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม รีเทนเนอร์ชนิดนี้ก็มีจุดด้อยบางประการเช่นกัน
2. รีเทนเนอร์โลหะหรือแบบลวด (Hawley Retainer)
รีเทนเนอร์แบบลวด เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากลวดโลหะและอะคริลิก ซึ่งครอบอยู่บนฟันและแนบไปกับเพดานปาก เพื่อช่วยคงสภาพฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่จัดไว้แล้ว จุดเด่นคือความทนทาน ใช้งานได้นาน และสามารถปรับแต่งลวดให้พอดีกับรูปฟันได้ในกรณีที่ฟันเริ่มเคลื่อน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานระยะยาวและไม่เปลี่ยนรีเทนเนอร์บ่อย ๆ อย่างไรก็ตาม รีเทนเนอร์แบบลวดก็มีข้อเสีย เช่น อาจส่งผลต่อการพูดในช่วงแรกของการใช้งาน และเมื่อยิ้มจะเห็นลวดโลหะ ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาตินัก
3. รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed Retainer)
รีเทนเนอร์แบบติดแน่น เป็นลวดโลหะเส้นเล็กที่ยึดติดถาวรไว้ด้านหลังของฟัน โดยทันตแพทย์จะใช้กาวทางทันตกรรมยึดลวดไว้กับผิวฟัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีแนวโน้มที่ฟันจะเคลื่อนตัวกลับไปในตำแหน่งเดิมสูง หรือผู้ที่ไม่ต้องการถอดใส่รีเทนเนอร์ด้วยตัวเองทุกวัน ข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมใส่รีเทนเนอร์ และไม่เห็นชิ้นส่วนจากภายนอกเมื่อพูดหรือยิ้ม อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดฟันจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณที่มีลวดติดอยู่ เพื่อป้องกันปัญหาหินปูนหรือฟันผุ
ราคารีเทนเนอร์
| ประเภทรีเทนเนอร์ | ราคาต่อชิ้น | ราคาต่อคู่ | เพิ่มฟัน (ต่อซี่) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| รีเทนเนอร์แบบลวด | 1,499.- | 2,998.- | 500.- | รับประกัน 1 เดือน (แตกหัก เคลมฟรี) |
| รีเทนเนอร์แบร็คเก็ต | ไม่มีโปร | 5,900.- | 500.- | รับประกัน 1 เดือน (แตกหัก เคลมฟรี) |
| รีเทนเนอร์โลหะ | ไม่มีโปร | 9,900.- | – | – |
| รีเทนเนอร์แบบใส | 1,499.- | 2,998.- | – | – |
การดูแลรักษารีเทนเนอร์
- ล้างรีเทนเนอร์ทุกวัน
- แช่รีเทนเนอร์ในน้ำเปล่าหรือกล่องเก็บรีเทนเนอร์เสมอ
- แช่ด้วยน้ำยาทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้ง
- ล้างรีเทนเนอร์ก่อนและหลังใส่ทุกครั้ง
- ใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
- นำรีเทนเนอร์ไปตรวจเช็คเมื่อพบทันตแพทย์
วิธีการดูแล ทำความสะอาดรีเทนเนอร์
เพื่อยืดอายุการใช้งานรีเทนเนอร์ และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ควรที่จะดูแลรีเทนเนอร์อย่างถูกวิธี โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้
- ควรเก็บรีเทนเนอร์ไว้ในกล่องปิดมิดชิด และวางให้ห่างจากแหล่งความร้อน เช่นไมโครเวฟ เตาแก๊สหรือเครื่องเป่าผม รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนในการล้างทำความสะอาด เพราะความร้อนอาจทำให้วัสดุผิดรูปหรือเสียหายได้
- สำหรับรีเทนเนอร์แบบใส ควรแช่ในน้ำสะอาดทุกครั้งหลังถอดออกจากปาก ไม่ควรปล่อยให้แห้ง เพราะอาจทำให้ตัวรีเทนเนอร์เปราะและแตกง่ายยิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น น้ำยาบ้วนปากหรือน้ำยาทำความสะอาดฟันปลอม โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เจือจาง หากจำเป็นต้องใช้ ควรผสมน้ำอุ่นเจือจางก่อน และไม่ควรแช่นานจนเกินไป
- กล่องเก็บรีเทนเนอร์ก็ควรได้รับการดูแลเช่นกัน โดยล้างด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ ผสมกับน้ำอุ่น แล้วล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดก่อนเช็ดให้แห้ง
- หากพบว่ารีเทนเนอร์มีรอยร้าว ผิดรูป หรือมีคราบฝังแน่นที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินและเปลี่ยนใหม่ตามความเหมาะสม
- อายุการใช้งานของรีเทนเนอร์แต่ละประเภทต่างกัน เช่น รีเทนเนอร์ลวดแบบถอดได้ อาจใช้งานได้ 5 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแล ส่วนรีเทนเนอร์ใสโดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน ถึง 2–3 ปี ควรเปลี่ยนตามคำแนะนำของทันตแพทย์เพื่อคงประสิทธิภาพในการคงรูปฟัน
สรุป
หลังถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว “รีเทนเนอร์” เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ เพราะมีหน้าที่ช่วยรักษาตำแหน่งของฟันไม่ให้เคลื่อนกลับไปเหมือนก่อนจัดฟัน โดยเฉพาะในช่วง 1 – 2 ปีแรก ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญ ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่รีเทนเนอร์ตลอดทั้งวัน ยกเว้นตอนรับประทานอาหาร หรืออย่างน้อยควรใส่ให้ได้วันละ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้ผลลัพธ์ของการจัดฟันคงอยู่ได้นานที่สุด
นอกจากการใส่รีเทนเนอร์ให้ตรงตามคำแนะนำแล้ว การดูแลรักษารีเทนเนอร์ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ เพราะหากทำความสะอาดผิดวิธี อาจทำให้รีเทนเนอร์เสียหายหรือใช้งานได้ไม่นาน ทางเราขอแนะนำให้ศึกษาวิธีดูแลอย่างถูกต้องก่อนใช้งาน เพื่อรักษาทั้งสุขภาพช่องปาก และยืดอายุของรีเทนเนอร์ไปพร้อมกันครับ
