
วันที่ได้ถอดเครื่องมือจัดฟันเหล็ก หรือจัดฟันใสออก ถือเป็นวันที่หลายคนรอคอยเพื่อจะได้อวดรอยยิ้มอย่างมั่นใจ แต่การดูแลฟันให้เรียงสวยไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะยังมีไอเทมสำคัญอย่างรีเทนเนอร์ที่ต้องใส่ติดตัวไปตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันล้มหรือเคลื่อนกลับตำแหน่งเดิม เมื่อต้องใช้งานทุกวัน หลายคนจึงมักมีข้อสงสัยว่า อายุการใช้งานรีเทนเนอร์นั้นอยู่ได้นานแค่ไหน รีเทนเนอร์ต้องเปลี่ยนไหม หรือถ้ายังดูสภาพดีอยู่จะใช้ต่อไปเรื่อย ๆ ได้หรือเปล่า วันนี้ TEETH TALK DENTAL CLINIC ได้รวบรวมข้อมูลและสัญญาณเตือนที่บอกว่าถึงเวลาทำชิ้นใหม่มาฝากกัน เพื่อให้รอยยิ้มสวย ๆ อยู่คู่กับคุณไปนานที่สุด
อายุการใช้งานรีเทนเนอร์แต่ละประเภท อยู่ได้กี่ปี?
วัสดุที่นำมาผลิตเครื่องมือคงสภาพฟันนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความทนทานและระยะเวลาในการใช้งาน โดยทั่วไปสามารถแบ่งอายุการใช้งานตามประเภทได้ดังนี้
อายุการใช้งานรีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer)
สำหรับแบบใสที่เน้นความสวยงามและมองไม่เห็นเครื่องมือ จะผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษที่ครอบพอดีกับตัวฟัน แม้จะมีความยืดหยุ่นแต่ก็มีความเปราะบางกว่าแบบอื่น โดยปกติจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา หากดูแลไม่ดีอาจเกิดการขยายตัว เปลี่ยนสี หรือฉีกขาดได้ง่าย
อายุการใช้งานรีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer)
แบบลวดถือเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูง เพราะมีความแข็งแรงทนทาน ตัวฐานทำจากพลาสติกอะคริลิกและมีลวดโลหะพาดผ่านหน้าฟัน อายุการใช้งานของแบบลวดจะยาวนานกว่า โดยสามารถใช้ได้นานถึง 5-10 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้งานไปนาน ๆ ตัวลวดอาจเกิดการล้าตัวและสูญเสียแรงในการกักเก็บฟันได้เช่นกัน
รีเทนเนอร์ควรเปลี่ยนตอนไหน? 5 สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ด่วน!

ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือคงสภาพฟันประเภทไหน นอกเหนือจากการนับอายุการใช้งานแล้ว ให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้ หากพบความผิดปกติ ควรรีบพิจารณาทำใหม่ทันที
1. รีเทนเนอร์หลวม ไม่กระชับ หรือใช้ลิ้นดุนแล้วหลุดออกง่าย
หน้าที่หลักของเครื่องมือนี้คือการล็อกฟันให้อยู่กับที่ หากใส่แล้วรู้สึกว่าตัวฐานหรือลวดไม่แนบสนิทกับฟัน หลวมจนสามารถใช้ลิ้นดุนให้หลุดได้ง่าย หรือเวลาพูดแล้วเครื่องมือขยับไปมา แสดงว่าประสิทธิภาพในการกักเก็บฟันสูญเสียไปแล้ว หากฝืนใช้ต่อไปฟันจะค่อย ๆ เคลื่อนและล้มในที่สุด
2. ลวดเหล็กบิดเบี้ยว พลาสติกแตก หรือมีรอยร้าว
การพบรอยร้าวเพียงเล็กน้อยบนฐานพลาสติกก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะรอยแตกเหล่านั้นเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียชั้นดี ส่วนลวดที่บิดเบี้ยวผิดรูปก็เป็นอันตรายอย่างมาก เนื่องจากจะสร้างแรงดันไปในทิศทางที่ผิดปกติ ทำให้ฟันที่เคยเรียงสวยถูกผลักให้บิดเบี้ยวตามลวดไปด้วย
3. รีเทนเนอร์มีกลิ่นปากเหม็นอับ ล้างไม่ออก หรือมีคราบหินปูนเกาะแน่น
ฐานอะคริลิกและพลาสติกมีรูพรุนขนาดเล็กมาก เมื่อใช้งานไปนาน ๆ คราบน้ำลายและแบคทีเรียจะฝังลึกจนทำความสะอาดไม่ออก ทำให้เกิดปัญหากลิ่นปาก เหม็นอับ แม้จะแช่เม็ดฟู่ก็ไม่หาย นอกจากนี้หากมีคราบหินปูนเกาะหนาแน่นจนล้างไม่ออก ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อป้องกันปัญหาโรคเหงือกอักเสบและฟันผุ ซึ่งอาจต้องเสียเวลามาขูดหินปูนรักษากันในภายหลัง
4. ใส่รีเทนเนอร์แล้วรู้สึกเจ็บ กดทับเหงือก หรือตึงผิดปกติ
หากอยู่ดี ๆ ใส่แล้วเกิดอาการเจ็บปวด เหงือกแดง หรือรู้สึกว่าเครื่องมือกดทับเนื้อเยื่อในช่องปากอย่างรุนแรง อาจเกิดจากตัวเครื่องมือบิดเบี้ยวผิดรูป หรือฟันของคุณเริ่มมีการเคลื่อนตัวไปจากตำแหน่งเดิมแล้ว สัญญาณนี้ต้องรีบให้ทันตแพทย์ตรวจเช็กโดยด่วน
5. รีเทนเนอร์หาย หรือได้รับความเสียหายจากความร้อน
เป็นปัญหาคลาสสิกที่เจอกันบ่อยที่สุด เช่น ห่อกระดาษทิชชูทิ้งไว้ที่ร้านอาหาร หรือเผลอนำไปล้างในน้ำร้อนจนพลาสติกละลายหดตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต้องรีบติดต่อคลินิกเพื่อพิมพ์ปากทำใหม่ให้เร็วที่สุดภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อน
พฤติกรรมทำร้ายรีเทนเนอร์ ที่ทำให้เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร
สาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องมือพังเร็วมักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การถอดห่อกระดาษทิชชูทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร การกัดฟันเพื่อดันให้เครื่องมือลงล็อกแทนการใช้นิ้วมือกด การทำความสะอาดด้วยยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบจนผิวพลาสติกเป็นรอย การนำไปต้มหรือล้างน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อ หรือแม้แต่การใช้ลิ้นดุนเล่นบ่อย ๆ ล้วนเป็นตัวการที่ทำให้ความแข็งแรงของวัสดุลดลงและหมดอายุการใช้งานเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
พิมพ์ปากทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ วัสดุเกรดพรีเมียม ทนทาน ที่ TEETH TALK DENTAL CLINIC

TEETH TALK DENTAL CLINIC เข้าใจดีว่าการคงสภาพฟันให้สวยงามเป็นเรื่องสำคัญ หากใครที่สำรวจแล้วพบว่าเครื่องมือชำรุด หลวม หรือถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ สามารถเข้ามาทำชิ้นใหม่กับเราได้เลย พร้อมรับการดูแลที่ใส่ใจทุกขั้นตอน
- วัสดุเกรดพรีเมียม ปลอดภัย ทนทาน : เลือกใช้วัสดุในการผลิตที่ได้มาตรฐาน แข็งแรง และปลอดภัยต่อช่องปาก อายุการใช้งานยาวนาน
- ดูแลโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง : ตรวจเช็กการสบฟันและประเมินสภาพฟันอย่างละเอียดก่อนพิมพ์ปาก เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่พอดีและกักเก็บฟันได้ดีที่สุด
- บรรยากาศคลินิกอบอุ่น เป็นกันเอง : เปลี่ยนการทำฟันให้เป็นเรื่องสบายใจ ลดความกังวลใจ ด้วยทีมงานที่ดูแลเหมือนคนใกล้ชิด
- ราคาเข้าถึงง่าย โปร่งใส : แจ้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มจุกจิก
- เดินทางง่าย มีหลายสาขา : รองรับถึง 19 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล สะดวกสบายในการเดินทาง ระบบคิวเป๊ะ ไม่เสียเวลารอคอย (เช็กสาขา TEETH TALK DENTAL CLINIC ใกล้บ้าน)
สำหรับใครที่สนใจพิมพ์ปากทำชิ้นใหม่ สามารถเข้ามาใช้บริการที่ TEETH TALK DENTAL CLINIC สาขาใกล้บ้านได้เลย โดยติดต่อนัดหมายได้เลยที่เบอร์โทร 099-113-8103 หรือ Line : @teethtalk หรือ Facebook Page : “Teeth Talk Dental Clinic คลินิกทันตกรรม จัดฟัน ทำฟัน”
สรุป
การหมั่นตรวจเช็กสภาพเครื่องมือคงสภาพฟันอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่คนจัดฟันแล้วไม่ควรละเลย แม้อายุการใช้งานรีเทนเนอร์จะถูกระบุไว้คร่าว ๆ ตามประเภทวัสดุ แต่หากมีสัญญาณการชำรุด บิดเบี้ยว หรือรู้สึกหลวม ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ทันที การลงทุนทำใหม่ในราคาหลักพัน ย่อมคุ้มค่ากว่าการปล่อยให้ฟันล้มจนต้องกลับไปจัดฟันใหม่ในราคาหลักหมื่นอย่างแน่นอน
รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอายุการใช้งานรีเทนเนอร์
เพื่อคลายทุกข้อสงสัย TEETH TALK DENTAL CLINIC ได้รวมคำถามที่หลายคนอยากรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนและการดูแลรักษามาฝากกัน
1. รีเทนเนอร์แบบลวด เปลี่ยนสียาง (O-ring) ได้ไหม?
สำหรับแบบลวดบางรุ่นที่มีการออกแบบมาเฉพาะ สามารถเปลี่ยนสียางบริเวณหน้าฟันได้เหมือนตอนดัดฟัน เพื่อเพิ่มความสวยงามและความสนุกในการใส่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการให้บริการของแต่ละคลินิก
2. ถ้าใส่รีเทนเนอร์เก่าที่หลวมไปเรื่อย ๆ จะทำให้ฟันล้มไหม?
การใส่เครื่องมือที่หลวมหรือไม่กระชับ จะไม่สามารถกักเก็บฟันให้อยู่ในตำแหน่งเดิมได้ ทำให้ฟันมีโอกาสเคลื่อนตัว บิดเบี้ยว หรือล้มได้ในที่สุด แนะนำให้รีบมาพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษาและพิมพ์ปากทำใหม่
3. ทำรีเทนเนอร์ใหม่ ต้องใช้เวลาพิมพ์ปากและรอคิวกี่วัน?
ขั้นตอนการพิมพ์ปากใช้เวลาเพียงไม่นาน ส่วนการรอรับชิ้นงานมักจะใช้เวลาผลิตประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุและขั้นตอนการส่งแล็บของคลินิกนั้น ๆ





