ไขข้อข้องใจ กระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket) ปวดแผลถอนฟันไม่หาย ทำอย่างไรดี

กระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket)

หลังถอนฟันหรือผ่าฟันคุด อาการปวดแผลเล็กน้อยในช่วง 1 ถึง 2 วันแรกถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป แต่หากอาการปวดไม่ทุเลาลง กลับทวีความรุนแรงขึ้นในวันถัดมา นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า กระดูกเบ้าฟันอักเสบ” หรือ Dry Socket ซึ่งเกิดจากการที่ลิ่มเลือดในแผลหลุดออกไปก่อนที่แผลจะสมานตัวได้ดีพอ

ภาวะนี้แม้จะไม่ได้พบในทุกเคสถอนฟัน แต่ก็สร้างความทรมานให้ผู้ที่ประสบพบเจอไม่น้อย เพราะอาการปวดมักรุนแรงกว่าอาการปวดแผลถอนฟันตามปกติ และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ก็อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันไปอีกหลายวัน

สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่าอาการปวดแผลถอนฟันที่เป็นอยู่เข้าข่ายกระดูกเบ้าฟันอักเสบหรือเปล่า ในบทความนี้ TEETH TALK DENTAL CLINIC จะพาไปทำความเข้าใจเรื่อง Dry Socket กันแบบละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ สัญญาณเตือน ไปจนถึงแนวทางดูแลเบื้องต้นและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรดูแลตัวเองต่อ หรือควรเดินทางไปที่คลินิกทำฟันเพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจดูแผลโดยเร็ว

ภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบ หรือ Dry Socket คืออะไร

หลังถอนฟันทุกครั้ง ร่างกายจะสร้างลิ่มเลือด (Blood Clot) ขึ้นมาอุดอยู่ในเบ้ากระดูกฟันที่ถูกถอนออกไป ลิ่มเลือดนี้ทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องกระดูกและเส้นประสาทที่อยู่ภายในเบ้าฟัน รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อสมานแผล

กระดูกเบ้าฟันอักเสบ หรือ Dry Socket (มีชื่อทางการแพทย์ว่า “Alveolar Osteitis”) คือภาวะที่ลิ่มเลือดนี้หลุดออกจากแผลก่อนเวลาอันควร หรือไม่สามารถก่อตัวได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้กระดูกและเส้นประสาทภายในเบ้าฟันสัมผัสกับอากาศ อาหาร และเชื้อแบคทีเรียในช่องปากโดยตรง ส่งผลให้เกิดอาการปวดรุนแรงตามมา 

กระดูกเบ้าฟันอักเสบมักพบได้บ่อยหลังการถอนฟันกรามซี่ในสุด หรือผ่าฟันคุด มากกว่าการถอนฟันในกรณีทั่วไป เช่น การถอนฟันที่ผุลึกจนไม่สามารถอุดฟัน หรือรักษารากฟันต่อไปได้ เนื่องจากตำแหน่ง และความซับซ้อนของการทำหัตถการในกรณีเหล่านี้มักมากกว่าปกติ

สัญญาณเตือนภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบหลังถอนฟัน

การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ไปพบทันตแพทย์ได้ทันเวลา ก่อนที่อาการจะลุกลามมากขึ้น ลองมาดูกันว่าสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยของภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบมีอะไรบ้าง

อาการปวดรุนแรงลามไปถึงใบหูและศีรษะในช่วงวันที่ 3 ถึง 4

อาการปวดของกระดูกเบ้าฟันอักเสบมักไม่ใช่อาการปวดที่ค่อย ๆ ทุเลาลงตามระยะเวลาเหมือนแผลถอนฟันปกติ แต่จะเริ่มรุนแรงขึ้นในช่วงวันที่ 3 ถึง 4 หลังถอนฟัน โดยอาการปวดมักลามจากบริเวณแผลไปยังใบหู ขมับ หรือศีรษะซีกเดียวกันกับตำแหน่งที่ถอนฟัน และอาจปวดต่อเนื่องรุนแรงจนรบกวนการนอนหลับหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

แผลถอนฟันมีกลิ่นเหม็นและมีรสชาติผิดปกติในช่องปาก

เนื่องจากเบ้าฟันที่ไม่มีลิ่มเลือดปกคลุมจะสัมผัสกับเศษอาหารและเชื้อแบคทีเรียในช่องปากโดยตรง จึงมักทำให้เกิดกลิ่นปากที่รุนแรงผิดปกติ ร่วมกับการรับรู้รสชาติที่ผิดเพี้ยนไปในช่องปาก โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นเบ้าฟันมีลักษณะว่างเปล่าไม่มีลิ่มเลือดสีแดงเข้มปกคลุมอยู่ หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้น ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจดูอาการโดยเร็ว

สาเหตุหลักที่ทำให้ลิ่มเลือดละลายจนเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ

สาเหตุเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ

ภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบมักเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ใช่สาเหตุเดียวโดดๆ โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่ทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากแผลก่อนเวลาอันควร มีดังนี้

พฤติกรรมการดูดแผลและการบ้วนน้ำบ่อยหลังการถอนฟัน

การดูดแผล เช่น การดูดหลอด สูบบุหรี่ หรือการบ้วนปากแรงๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังถอนฟัน ทำให้เกิดแรงดันในช่องปากที่อาจดึงลิ่มเลือดให้หลุดออกจากเบ้าฟันได้ง่ายขึ้น รวมถึงการใช้ลิ้นหรือนิ้วแตะสัมผัสบริเวณแผลบ่อยครั้งก็เป็นอีกพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้

ความยากของเคสผ่าตัดและการบาดเจ็บของกระดูกเบ้าฟัน

เคสถอนฟัน หรือผ่าฟันคุดที่มีความซับซ้อน เช่น ฟันฝังอยู่ลึกในกระดูก ฟันคุดที่ต้องใช้เวลาผ่าตัดนาน หรือกรณีที่มีฟันผุลุกลามจนต้องผ่าตัดเอาชิ้นส่วนฟันออกหลายชิ้น มักทำให้กระดูกเบ้าฟันได้รับการบาดเจ็บมากกว่าการถอนฟันทั่วไป ซึ่งส่งผลให้กระบวนการสร้างลิ่มเลือดทำได้ไม่สมบูรณ์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบได้มากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงรอบตัวที่ส่งเสริมให้แผลถอนฟันเกิดภาวะ Dry Socket

นอกจากสาเหตุโดยตรงจากการบาดเจ็บของแผลแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นรอบตัวที่เพิ่มโอกาสเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน มาดูกันว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ควรทราบไว้ ดังนี้

สุขภาพช่องปากที่ไม่ดีรวมถึงการสูบบุหรี่หลังทำหัตถการ

ผู้ที่มีสุขภาพช่องปากไม่ดี มีคราบพลัค หรือหินปูนสะสมมาก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณแผลถอนฟันสูงกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้การสูบบุหรี่หลังถอนฟันยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เนื่องจากสารเคมีในควันบุหรี่ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือดบริเวณแผล อีกทั้งแรงดูดขณะสูบยังอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากเบ้าฟันได้ง่ายขึ้นด้วย

ผลกระทบจากโรคประจำตัวและการรับประทานยาบางชนิด

ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจทำให้แผลสมานตัวช้ากว่าปกติ รวมถึงการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็อาจส่งผลต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนถอนฟันหรือผ่าฟันคุด ควรแจ้งประวัติสุขภาพและยาที่รับประทานอยู่ให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้ง

ข้อห้ามสำคัญหลังถอนฟันเพื่อป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดหลุดจากแผล

เพื่อให้ลิ่มเลือดในเบ้าฟันมีเวลาก่อตัวและสมานแผลได้อย่างเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่อไปนี้ในช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังถอนฟันหรือผ่าฟันคุด

  • หลีกเลี่ยงการดูดหลอด ดูดน้ำ หรือสูบบุหรี่ เพราะแรงดูดอาจทำให้ลิ่มเลือดหลุดออกจากแผลได้
  • งดบ้วนปากแรงๆ หรือบ้วนน้ำบ่อยเกินไปในวันแรกหลังถอนฟัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ลิ้นหรือนิ้วแตะ ดัน หรือสัมผัสบริเวณแผล
  • งดรับประทานอาหารแข็ง ร้อนจัด หรือรสจัดในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก และเลือกอาหารที่เคี้ยวง่าย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ผ่าฟันคุดกินอะไรได้บ้าง)
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นในช่วง 1 ถึง 2 วันแรก

วิธีบรรเทาอาการปวดเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อนเดินทางไปพบแพทย์

หากเริ่มมีอาการปวดผิดปกติหลังถอนฟัน แต่ยังไม่สามารถเดินทางไปพบทันตแพทย์ได้ในทันที สามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยวิธีต่อไปนี้ 

  • ประคบเย็นบริเวณแก้มด้านนอกใกล้ตำแหน่งที่ปวด ครั้งละประมาณ 15 ถึง 20 นาที เพื่อช่วยลดอาการปวดและบวม
  • รับประทานยาแก้ปวดสามัญประจำบ้านตามฉลากแนะนำ เช่น พาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดในเบื้องต้น
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นเบา ๆ อย่างนุ่มนวล โดยไม่ต้องบ้วนแรงหรือกลั้วปากนาน เพื่อช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียบริเวณแผล
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัดบริเวณแผล
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการนอนในท่าที่กดทับบริเวณแผล

ทั้งนี้เป็นเพียงการช่วยลดความไม่สบายตัวชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่การรักษาภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบโดยตรง จึงควรไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจดูแผลโดยเร็วที่สุด

ทันตแพทย์จาก TEETH TALK DENTAL CLINIC ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า “ในช่วงที่ยังเดินทางมาพบแพทย์ไม่ได้ทันที ควรสังเกตระดับความปวดของตัวเองไว้เป็นระยะ หากรับประทานยาแก้ปวดตามฉลากแล้วอาการยังไม่ทุเลาลงภายใน 1 วัน หรือปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบติดต่อคลินิกเพื่อนัดหมายเข้ามาตรวจโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดครั้งถัดไป เพราะยิ่งเข้ารับการดูแลเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยลดความไม่สบายตัวที่ยืดเยื้อได้มากขึ้นเท่านั้น”

แนวทางการรักษากระดูกเบ้าฟันอักเสบโดยทันตแพทย์

แนวทางรักษากระดูกเบ้าฟันอักเสบ

เมื่อตรวจพบว่าเป็นภาวะกระดูกเบ้าฟันอักเสบ ทันตแพทย์จะเริ่มจากการล้างทำความสะอาดเบ้าฟัน เพื่อกำจัดเศษอาหารและสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ภายใน 

จากนั้นจะใส่วัสดุ หรือผ้าก๊อซชุบยาที่มีฤทธิ์ลดปวดและต้านการอักเสบเฉพาะที่ลงไปในเบ้าฟัน เพื่อช่วยปกป้องกระดูกและเส้นประสาทที่สัมผัสกับอากาศโดยตรง พร้อมทั้งนัดหมายให้กลับมาเปลี่ยนวัสดุเป็นระยะจนกว่าแผลจะเริ่มสมานตัวดีขึ้น

ในบางกรณีทันตแพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวด หรือยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

หลังแผลกระดูกเบ้าฟันสมานตัวดีแล้ว หากฟันซี่ที่ถอนไปจำเป็นต้องได้รับการทดแทนในระยะยาว ทันตแพทย์จะประเมินความเหมาะสมของแนวทางต่าง ๆ อีกครั้ง เช่น การทำรากฟันเทียมในเคสที่ถอนฟันปกติ เพื่อฟื้นฟูการบดเคี้ยว และความสวยงามของรอยยิ้มในระยะต่อไป

ผ่าฟันคุดพร้อมดูแลภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิดที่ TEETH TALK DENTAL CLINIC

การถอนฟันหรือผ่าฟันคุดแต่ละเคสมีความซับซ้อนแตกต่างกัน TEETH TALK DENTAL CLINIC จึงให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนทำหัตถการอย่างละเอียด พร้อมติดตามอาการหลังทำหัตถการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลภาวะแทรกซ้อนอย่างกระดูกเบ้าฟันอักเสบได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ หากเกิดขึ้น

ทีมทันตแพทย์ที่นี่คุ้นเคยกับการประเมินความยากง่ายของเคสผ่าฟันคุด หรือถอนฟันก่อนทำหัตถการทุกครั้ง พร้อมใช้เครื่องมือผ่าตัดมาตรฐาน ISO9001:2015 ที่ช่วยลดการบาดเจ็บของกระดูกเบ้าฟันระหว่างการทำหัตถการ นอกจากนี้ TEETH TALK DENTAL CLINIC ยังให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังถอนฟัน หรือผ่าฟันคุดอย่างละเอียด พร้อมตอบทุกข้อสงสัยเพื่อลดความกังวลใจของผู้เข้ารับบริการ 

และด้วยจำนวน 24 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และบางแสน (ม.บูรพา) หากมีอาการปวดผิดปกติหลังถอนฟันหรือผ่าฟันคุด ก็แวะกลับมาให้ทันตแพทย์ตรวจแผลได้สะดวก อีกทั้งยังใช้สิทธิทำฟันประกันสังคมได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เพียงยื่นบัตรประชาชนใบเดียว (เช็กสาขา TEETH TALK DENTAL CLINIC ใกล้บ้าน)

รับสิทธิ์พิเศษและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ปรึกษาฟรี!

  • ไขข้อข้องใจ กระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket) ปวดแผลถอนฟันไม่หาย ทำอย่างไรดี
  • ไขข้อข้องใจ กระดูกเบ้าฟันอักเสบ (Dry Socket) ปวดแผลถอนฟันไม่หาย ทำอย่างไรดี

สรุปบทความ

กระดูกเบ้าฟันอักเสบ หรือ Dry Socket คือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้หลังถอนฟันหรือผ่าฟันคุด โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ลิ่มเลือดในแผลหลุดออกก่อนเวลาอันควร สังเกตได้จากอาการปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงวันที่ 3 ถึง 4 ร่วมกับกลิ่นปากและรสชาติผิดปกติในช่องปาก หากสงสัยว่ากำลังมีอาการดังกล่าว ควรบรรเทาอาการเบื้องต้นด้วยความระมัดระวัง และรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการดูแลที่ถูกต้องโดยเร็วที่สุด

หากต้องการนัดหมายจองคิว หรือปรึกษาเรื่องอาการปวดแผลหลังถอนฟัน สามารถติดต่อสอบถาม TEETH TALK DENTAL CLINIC ได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระดูกเบ้าฟันอักเสบ

กระดูกเบ้าฟันอักเสบกี่วันหาย?

โดยทั่วไปหากได้รับการดูแลจากทันตแพทย์อย่างเหมาะสม อาการปวดมักเริ่มทุเลาลงภายในประมาณ 3 ถึง 5 วันหลังเริ่มการรักษา และแผลจะค่อย ๆ สมานตัวสมบูรณ์ภายในเวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ระยะเวลาที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการดูแลตัวเองระหว่างนั้น

หากเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบสามารถซื้อยามาใส่แผลเองได้ไหม?

ไม่แนะนำให้ซื้อยามาใส่แผลด้วยตัวเอง เนื่องจากการรักษาภาวะนี้จำเป็นต้องทำความสะอาดเบ้าฟันอย่างถูกวิธีก่อนใส่วัสดุที่เหมาะสมลงไป หากใส่ยาหรือวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานลงในแผลเอง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติมหรือทำให้อาการแย่ลงได้ ควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมินและดูแลแผลโดยตรงจะปลอดภัยกว่า

ภาวะ Dry Socket สามารถเกิดขึ้นได้กับฟันทุกตำแหน่งใช่ไหม?

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับการถอนฟันทุกตำแหน่ง แต่พบได้บ่อยเป็นพิเศษในฟันกรามซี่ในสุดของขากรรไกรล่าง โดยเฉพาะกรณีผ่าฟันคุด เนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวมีความซับซ้อนของการทำหัตถการมากกว่า และเป็นบริเวณที่ดูแลความสะอาดหลังทำหัตถการได้ยากกว่าตำแหน่งอื่นในช่องปาก

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า